PM 2.5 ภัยร้ายที่ทุกคนควรรู้จัก

PM 2.5

PM 2.5 คือ ฝุ่นขนาดเล็กมีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน และเนื่องจากเจ้าฝุ่น PM 2.5 นี้มีขนาดเล็กมากจมูกของเราที่ปกติมีขนจมูกมาช่วยกรองฝุ่นละอองต่างๆ ก็ไม่สามารถกรองได้ จึงทำให้เจ้าฝุ่นละอองเหล่านี้ผ่านเข้าไปถึงปอด และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย

สาเหตุของ PM 2.5 เกิดจากหลายสาเหตุและหนึ่งในสาเหตุที่เรารู้จักดีนั่นก็คือ ฝุ่นควันที่เกิดจากการคมนาคมขนส่งยานพาหนะ การเผาสิ่งต่างๆ ยาวไปจนถึงกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรม นอกจากนี้ฝุ่น PM 2.5 เองยังเกิดมาจากการเผาทำการเกษตรของจังหวัดข้างเคียงและประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกลมพัดเข้ามา ไหนจะฝุ่นละอองที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นที่เกิดจากการสร้างที่อยู่อาศัยหรือเส้นทางรถไฟฟ้า เป็นต้น

หาก PM 2.5 เข้าไปอยู่ในร่างกายของเรามากๆ เข้า มันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายเราหลายอย่าง อย่างแรกคือจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังที่จะมีทั้งอาการคัน เป็นลมพิษ และระคายเคืองต่างๆ นอกจากนี้    PM 2.5 ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายนั่นก็คือ ทำให้ร่างกายของเราเกิดอาการ ไอ และจาม แถมอาจจะทำให้ผู้ที่รับฝุ่นชนิดนี้เข้าไปมากๆ เป็นโรคปอดและโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ถ้าร้ายแรงมากๆ PM 2.5 ก็สามารถทำให้เราเป็นมะเร็งปอดและอาจสร้างความเสียหายต่อกระบวนการคิดและสติปัญญาของเราได้อีกด้วย กล่าวคืออาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคในกลุ่มของ Degenerative disease(โรคความเสื่อมถอยต่างๆ) เช่น อัลไซเมอร์ และโรคสมองเสื่อม เป็นต้น

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในไทยตอนนี้ ก็เป็นอย่างที่รู้ๆ กันดีว่าประเทศไทยและเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่น PM 2.5 ที่สูงมากกว่าปกติ แถมในช่วง 2-3 ปี มานี้ประเทศไทยยังถูกจัดให้เป็นอันดับต้นๆ ที่เมืองมีคุณภาพแย่ที่สุดในโลก

แต่หลังจากนั้นประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามทำหน้าที่กันอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 อย่างการรณรงค์ให้มีการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวให้น้อยลงแล้วหันมาใช้รถโดยสารประจำทางมากยิ่งขึ้นแต่ก็ไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร

            เมื่อรู้แบบนี้แล้วเราก็คงจะเริ่มสงสัยกันแล้วสินะคะว่า PM 2.5 นี้มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง วิธีป้องกัน PM 2.5 อย่างแรกเลยนั่นก็คือ การใส่หน้ากาก N95 ที่สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้เป็นอย่างดีแต่ก็แลกมาด้วยความแพงของตัวหน้ากากเอง ดังนั้นการใส่หน้ากากที่ราคาถูกลงมาหน่อยอย่างหน้ากากที่มีฟิลเตอร์สามชั้น ก็เป็นทางออกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะประหยัดงบ และทางที่ดีควรใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคารด้วยเพราะตัวอาคารอาจจะไม่ได้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 เสมอไป

Tags:

Related Posts

พลาสติกที่ย่อยสลายได้

“พลาสติกย่อยสลายได้” นวัตกรรมใหม่ที่โลกควรรู้จัก

ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังตื่นตัวกับกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และหนึ่งในสิ่งใหม่ๆ ที่ฟังดูเหมือนจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างนวัตกรรม “พลาสติกย่อยสลายได้” นี้ก็ดูจะเข้ากับกระแสช่วงนี้จริงๆ ค่ะ คนส่วนใหญ่คงจะรู้จักและคุ้นชินกับพลาสติกกันเป็นอย่างดีเพราะเดี๋ยวนี้ของหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันของเราล้วนมีพลาสติกเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แต่โดยทั่วไปพลาสติกแบบปกติที่เราเคยเห็นต่างใช้เวลานานมากในการย่อยสลาย วันนี้เราจึงจะขอนำเสนอให้รู้จักกับ  “พลาสติกย่อยสลายได้” และรวดเร็วเสียด้วยสิ จะมีกี่ประเภทนั้นก็ลองไปดูกันเลยดีกว่า ประเภทของ พลาสติกที่ย่อยสลายได้ 1.พลาสติกที่ย่อยสลายเชิงกล ง่ายๆ เลยก็คือการทุบ ฉีก ขยี้หรือทำให้พลาสติกแตกแหลกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นชิ้นเล็กๆ โดยการกระทำจากแรงนั่นเอง 2.พลาสติกที่ย่อยสลายเชิงเคมี จะแบ่งย่อยๆ ออกเป็น 2 ประเภท แบบแรกก็คือ การย่อยสลายผ่านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เป็นการเติมออกซิเจนลงไปในโมเลกุลของพลาสติกทำให้โมเลกุลของพลาสติกสลาย

ปะการังตาย

เรากำลังทำร้ายทะเลทางอ้อมอยู่หรือเปล่า?

คุณเคยเห็นตามข่าวกันไหมคะ? พวกข่าวที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวเหยียบบนปะการังสมองทำให้ปะการังตาย นักท่องเที่ยวหักกิ่งปะการังเล่น หรือจะเป็นนักท่องเที่ยวหักกิ่งไม้บริเวณศูนย์ธรรมชาติป่าชายเลน การทำลายป่าชายเลนเพื่อทำเป็นถนน รวมทั้งการทิ้งขยะลงทะเล และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วคุณรู้ไหมคะว่า…การกระทำเหล่านี้เป็นการกระทำที่จะทำให้ทะเลตายลงอย่างช้าๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เหมือนกันกับเนื้อร้ายที่ค่อยๆ กัดกินร่างกายของเราไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ทำได้อย่างไร? หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าก็แค่หักกิ่งปะการัง ก็แค่ทิ้งขยะลงน้ำเพียงแค่ชิ้นสองชิ้น จะเป็นการทำร้ายทะเลได้อย่างไร แต่ว่าเราลองมาคิดกันดูเล่นๆ นะคะว่า ถ้าเราทุกคนที่ไปเที่ยวทะเลพากันไปเหยียบปะการังคนละก้อน หักกิ่งปะการังคนละกิ่ง ทิ้งขยะลงทะเลคนละชิ้น จะมีปะการังกี่ต้นที่ต้องตายและขยะกี่ชิ้นที่ไหลลงสู่ทะเลแล้วทำให้สัตว์ทะเลตายไป…คงจะมีมหาศาลจนนับไม่ถ้วนกันเลยใช่ไหมคะ? และหากใครยังไม่เห็นภาพ ขอให้นึกถึงป่าชายเลนและแนวเขตปะการังเป็นหลักค่ะ ป่าชายเลนและแนวเขตปะการังเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำคืออะไร แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำก็คือ สถานที่ที่เหล่าสัตว์น้ำตัวเล็กๆ อย่างพวกลูกปลา

สมัครงาน

สมัครงาน ให้ได้งานที่สมัคร

ตำแหน่งงานมีน้อยกว่าผู้สมัครงาน หรือน้อยกว่าความต้องการเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นการได้งานทำที่ดีจึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะผู้จ้างก็ต้องการพนักงานที่ดีและมีความสามารถ โดยเฉพาะที่มีความรู้ตรงตามตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อผลงานที่จะได้รับให้คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ต้องจ่ายออกไป ดังนั้นผู้สมัครงานจะทำอย่างไรให้ผู้จ้างงานเห็นถึงความสำคัญ และตัดสินใจจ้าง มีเทคนิคการตอบคำถามที่ดีที่จะช่วยให้คุณได้งานมาลองให้พิจารณา ดังนี้ เมื่อใบสมัครงานของเราได้รับการพิจารณา และได้รับการเรียกเข้าสัมภาษณ์ แสดงว่าเราประสบความสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง ที่เหลือจึงเป็นเพียงเทคนิคของการเข้าพบ และตอบคำถามให้ถูกใจกรรมการที่รับสมัครเท่านั้น เริ่มแรกเลยก็คือ การแนะนำตัวเองด้วยคำพูดอย่างพอดี ระวังต้องไม่มากไปและน้อยไป พยายามพูดเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง เช่น ประสบการณ์การในการทำงานที่ผ่านมา ความรู้ ความสามารถพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของเรา ที่สำคัญควรศึกษารายละเอียดของบริษัท ต้องทำความรู้จักกับบริษัทเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องศึกษาเนื้องานที่ต้องเราสมัคร และต้องรับผิดชอบ เอาไว้ถ้าต้องตอบคำถามกับผู้สัมภาษณ์จะได้ดูว่าเราก็ได้เตรียมข้อมูลมาบ้าง ถ้ายิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นก็จะเป็นการดี